แก้วชงกาแฟแบบเวียดนาม (Vietnamese Coffee Filter Maker)

ฉันเป็นคนกินกาแฟไม่ได้   แต่ชอบกลิ่นหอมของกาแฟ

และตอนนี้เริ่มมาชื่นชอบการชงกาแฟรูปแบต่างๆ

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีเครื่องชงกาแฟ  หรือจะรู้ขั้นตอนการชง

แต่ตอนนี้กลับอยากจะมีเครื่องชงกาแฟแบบต่างๆ  อันแรกจะว่าไปที่มี

ก็คือที่ชงกาแฟโบราณแบบเป็นถุงชงกาแฟ ตอนนั้นเด็กเลยล่ะประมาณ ม.ต้น

อยากได้ที่ชงจะมาลองชง ก็ชงโอเลี้ยงกิน 55+

ตอนนี้ก็มีเครื่องชงตัวต่อมาก็คือ Moka pot เพราะที่รักชอบกินกาแฟสดเลย

ลองหาจะซื้อแบบเป็นเครื่องก็แพงเลยได้เจ้าตัวนี้มาลองใช้และชอบมากค่ะ

(หน้าตาเป็นแบบนี้นะค่ะ  แต่รูปนี้ไม่ใช่ของเราจ้า ไม่ได้ถ่ายมา ขอยืมมาจากที่อื่นค่ะ)

รู้สึกสุนทรีมากในการชงกาแฟแบบนี้ละ จะมีบรรยากาศมากๆก็ตอนไปเที่ยว นอนกางเต็นท์

และตอนเช้าๆ ตื่นมาชงกาแฟนี่ล่ะจ้า

และได้เครื่องชงกาแฟชิ้นต่อไปก็คือเจ้าแก้วชงกาแฟแบบเวียดนามซึ่งชิ้นแรกที่ได้มาจาก

น้องก้อยที่ทำงาน พี่สาวเค้าไปเที่ยวมาและซื้อมาเลยขอซื้อต่อ แต่เค้าไม่ขาย เอามาให้ฟรีๆ

ขอบคุณมากเลยจ้า  และได้เอามาลองและทำให้เป็นชิ้นสินค้าต่อมาที่หาเอามาขาย

และแนะนำให้คนที่รู้จักได้ลองใช้จ้า

และตอนนี้อยากจะได้เครื่องชงแบบนี้มาเป็นเจ้าของบ้างนะค่ะ แต่ราคาแพงอยู่เหมือนกัน

แต่เห็นขั้นตอนการชงแล้วชอบมากๆเลยค่ะ   ดูคลาสสิคดีนะค่ะ  แต่ราคาก็ไม่เบาเลยทีเดียว

ไว้มีโอกาสคงได้มาเป็นเจ้าของ

Advertisements

น้ำเต้าหู้ / นมถั่วเหลือง / Soy bean

หายไปนานไม่ได้มาอัพเลย วันนี้ขอสักหน่อยๆๆ เรื่องแรกของปี 53
เมื่อวานวันเสาร์ 30 มค.53 ทั้งวันทำของกินยืนตั้งไปซื้อของ เที่ยง
เลิกพัก ไม่ทำ ตอน 2 ทุ่ม คิดดูซิจะขนาดไหน เมื่อยยยยยยยมากๆๆ
มาดูกันว่ามีไรวันนี้ พระเอกคือๆๆๆ "น้ำเต้าหู้ / นมถั่วเหลือง / Soy bean "
มาดูส่วนผสมและวิธีการทำเลยจ้า

วิธีทำ
นมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้)

ส่วนผสมทำนมถั่วเหลือง :
1.  ถั่วเหลือง                                           1                      กิโลกรัม

2. 
น้ำตาลทรายขาวละเอียด
             500
– 600         กรัม

3. 
เกลือเสริมไอโอดีนป่น                   
1
                            ช้อนชา

4. ถั่วลิสง                                              500                          กรัม

5. 
ใบเตย                                               10                            ใบ

6. 
น้ำสะอาด
                               32
                   ถ้วย
( ประมาณ
8 ลิตร
)

 

ขั้นตอนและวิธีทำ :

1.  แช่ถั่วเหลือง
เลาะเปลือกออก แช่น้ำ
 3 ชั่วโมงนะคะ   ล้างน้ำเอาเปลือกออก

2. 
ตอนช่วงที่รอแช่ถั่วเหลืองก็มาคั้นน้ำใบเตยนะคะ 
 ล้างใบเตยให้สะอาด  ตัดเป็นท่อนสั้นๆ นำมาปั่น แล้วกรองเอาแต่น้ำ

3. เอาถั่วลิลงแกะเปลือกแล้วไปคั่วให้พอหอมนะคะ

4. เมื่อถั่วเหลืองแช่น้ำ 3 ชม.แล้ว
ก็เอามาใส่โถปั่น  ค่อยๆปั่นไปนะคะ  ถั่ว 1ถ้วยตวงก็ น้ำ 1ถ้วยคะ  โถสุดท้ายๆก็เอาถั่วลิสงปั่นไปด้วยนะคะ

5. ปั่นเสร็จ 1
โถก็เอามากรองคะด้วยผ้าขาวบาง บีบน้ำไปเรื่อยๆนะคะ ออกกำลังแขน และมือไปคะ

6. เมื่อกรองน้ำนมถั่วเหลืองเสร็จก็เอามาต้มคะ  ตอนต้มต้องใช้ไฟกลางๆ 
จะต้องหมั่นคนไปเรื่อยๆนะคะไม่งั้นจะไหม้ก้นหม้อคะ 

ต้มไปสักพักไม่ต้องเดือดมากนะคะ
เอาแบบคิดว่านมร้อนแล้ว ปิดไฟคะ 
เอามากรอกอีก 1 รอบ 
แล้วน้ำไปต้มใหม่นะคะ พอใกล้ๆเดือด

ก็ใส่เกลือ น้ำตาล และน้ำใบเตย
และใบเตยคนไปอีกแป๊ปปปป 
เดือดแล้วปิดไฟได้เลยจ้า

 

 

ข้อสังเกต
1. น้ำเต้าหู้อร่อย น้ำต้องไม่ใสมาก
2.
ต้องมีกลิ่นหอม ใช้ใบเตย
3.
ถ้าต้องการน้ำเต้าหู้ข้น
ต้องบดถั่วเหลืองให้ละเอียด

4.
ขณะต้ม ไม่ใช้ไฟแรง
5.
น้ำเต้าหู้ที่อร่อย จะไม่หวานมาก
6.
ต้องไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวของถั่ว
7.
ใส่ถั่วลิสงคั่วเพื่อให้มีรสมัน สีของน้ำจะออกเหลือง

เพียงเท่านี้เราก็ได้นมถั่วเหลืองอร่อยๆ เข้มข้นไว้กินที่บ้านแล้วจ้า

เหนื่อยหน่อยแต่อร่อยนะจ๊ะ แุถมจะมีของกินเล่นเพิ่มมาอีก 1 อย่างด้วยจ้า

เดี่ยวจะมาอัพวันหน้านะ วันนี้เท่านี้ก่อน อิอิ 

ข้อคิดเพื่อครอบครัว อ.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

1. ข้อสำคัญของการเลือกคู่ คือ เราไม่ได้เลือกใครเพราะเขาสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเขามีจุดดีหลัก ๆที่เราประทับใจ ส่วนจุดอ่อนด้อยนั้นเป็นส่วนปลีกย่อยที่เราสามารถยอมรับได้อย่างไม่ยากเย็น

2. ในความเป็นจริง ไม่มีใครดีเลิศสมบูรณ์แบบ ถ้าเรามองไม่เห็นจุดอ่อนด้อยของเขาเลย นั่นแสดงว่า เรายังไม่รู้จักเขาอย่างแท้จริง หรือไม่ เราก็กำลังตกอยู่ในความหลงใหล ..จนไม่ลืมหูลืมตา

3. การแต่งงาน คือ การผูกพันกันด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพียงร่างกายและยิ่งไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เชิงธุรกิจ

4. คนที่แต่งงานเพราะความเหงา จะยิ่งเหงาหนักเป็น 2 เท่า แต่งงานแบบคลุมถุงชน ก็มีแนวโน้มว่า ชีวิตจะมืดมนไปอีกนาน

5. ความสุข ความทุกข์ ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ชีวิตหลังแต่งงาน คิดให้ดีก่อนที่จะเลือกใคร มาเป็นคู่ชีวิต…

6. บ้านจะเล็กหรือใหญ่ ไม่สำคัญ แต่ “ความรัก” ต้องใหญ่ที่สุดในบ้าน

7. คำว่า “รัก” พูดมากไป ย่อมดีกว่า พูดน้อยไป…

8. เมื่อเรา ทำผิด….จง “ขอโทษ” เมื่อเขา ทำผิด ….จง “ให้อภัย”

9. ชีวิตแต่งงาน คือ ชีวิตแห่งการปรับตัว ถ้าไม่คิดจะปรับตัวเข้าหาใคร อยู่เป็นโสดไป ก็ดีกว่า…

10. ยอมเป็นผู้แพ้ ดีกว่า เป็นผู้ชนะที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากชีวิตสมรสที่หักพัง…

11. “แก้ตัว” …. ช่วยอะไรไม่ได้ “แก้ไข” …….ช่วยได้ทุกอย่าง…

12. เมื่อมีปัญหาในครอบครัว อย่าลืมใช้ความรักและหลักเหตุผลเป็นกรรมการตัดสิน ไม่ใช้ อารมณ์ หรืออาวุธ..

13. งอนแต่พองาม…ก็งามดี แต่งอนเกินพอดี ก็เกินงาม…

14. ต่างคนต่างแข็ง ไม่มีใครยอมอ่อนข้อต่อกัน…บ้าน…ก็คงไม่ต่างอะไรกับสนามรบ

15. เมื่อสามีอ่อนแอ ไม่รับบทบาทผู้นำ ความสับสนวุ่นวาย ก็ตามมา หรือเมื่อภรรยา พยายามแย่งบทบาทการนำจากสามี ชีวิตครอบครัวก็รอดยาก

16. ความไม่ซื่อสัตย์ ต่อกันเพียงครั้งเดียว ก็อาจสั่นคลอนความไว้วางใจที่มีให้กันได้ ท้ายที่สุด ชีวิตคู่ก็จบลงด้วยความแตกร้าว ยากเยียวยา

17. ความเห็นแก่ตัว สนใจแต่ปัญหา อารมณ์ ความรู้สึก และความสนใจของตัวเองชีวิตคู่ ก็อยู่ด้วยกันยาก

18. ก่อหนี้สินจนล้นพ้นตัว ครอบครัวก็มีแต่ความตึงเครียดทุกเช้าเย็น

19. เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือทั้งสองฝ่ายเรียกร้องและคาดหวังจากกันและกันมากเกินพอดี ปัญหาก็จะมีเรื่อยไป…ไม่สิ้นสุด

20. ควรตระหนักว่า…ภรรยา ไม่ใช่ผู้ปรนนิบัติรับใช้สามี แท้จริงแล้ว สามีภรรยา ควรเอาใจใส่ดูแลกันและกันอย่างดีที่สุด…ย่อมดีกว่า

21. ไม่มีอะไร ทำให้ภรรยาปวดร้าวใจ มากเท่าการค้นพบว่า สามีมีหญิงอื่นในหัวใจ

22. รักเดียว …ใจเดียว ไม่ใช่เรื่องเชย แต่เป็นเรื่องดีที่สามีทุกคนในโลกควรกระทำ

23. การขอโทษภรรยาเมื่อทำผิด ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรี แต่เป็นศักดิ์ศรีของสามี…ที่แท้จริง

24. ไม่ควรมองว่า งานดูแลบ้าน เป็นความรับผิดชอบของภรรยา สามีควรมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระอย่างสุดความสามารถเสมอ

25. สรีระรูปร่างหน้าตา ที่เปลี่ยนไปของภรรยา ไม่ควรเป็นเหตุให้ความรักในหัวใจของสามีจืดจางลงแม้แต่น้อย

26. ควรระลึกอยู่เสมอว่า …การนำครอบครัวนั้น คือ การนำโดยเห็นผลประโยชน์ของครอบครัวเป็นหลักไม่ใช่ เพื่อความสุข ความพึงพอใจของตนเอง

27. ภรรยาที่ดี ควรสนับสนุนสามีให้ก้าวไกลในชีวิต ไม่ใช่ดึงรั้งให้หยุดอยู่กับที่ หรือถอยหลัง

28. ภรรยาที่ดี ไม่ควรใช้วิธีการบับบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้สามีตัดสินใจตามความคิดของตน

29. ในสถานการณ์หน้าสิ่ว หน้าขวาน สามีต้องการภรรยาที่สงบนิ่ง ช่วยกันคิดหาทางออก ไม่ใช่ภรรยาที่เอาแต่โวยวาย ตีโพย ตีพายหรือร้องไห้ฟูมฟาย โดยปล่อยให้เขาต้องแบกภาระหนักอึ้งเพียงลำพัง

30. การไม่ตีลูก เพราะกลัวลูกเจ็บ เมื่อยังเป็นเด็ก กลับจะทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างปัญหา และถูกลงโทษ… จากสังคม

31. ช่องว่างระหว่างวัย…ระหว่างรุ่น…ย่อมไม่มี ถ้าพ่อแม่ตระหนักถึงความสำคัญ และใช้ความพยายามที่มากพอ วิธีที่ดีที่สุด คือ พ่อแม่ควรวางแผนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับลูก ไม่ใช่ตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว

32. พึงตระหนักว่า ลูกไม่ใช่ดินน้ำมัน ที่พ่อแม่ อยากจะปั้นให้เขาเป็นอะไรก็ได้ตามใจชอบ เขาย่อมมีจิตใจที่มีเอกลักษณ์แห่งความชอบ ความสนใจที่แตกต่างไปจากพ่อแม่ได้เสมอ

เย็บกระเป๋าผ้าใบแรก

ไม่ได้เขียนมานานวันนี้มาเขียนก็เพราะว่าจะเอาผลงาน  งานฝีมืออีกอย่างหนึ่งที่อยากจะลองทำนั้นก็คือ "การเย็บกระเป๋าผ้า" จ้า  แรงบันดาลใจที่มาทำนะจ๊ะ
1. ดูผลงานกระเป๋าของเพื่อนๆในpantip ห้องงานฝีมือจ้า เลยอยากลองทำบ้าง
2. อยากจะลดการซื้อกระเป๋าของตัวเองลงนะจ้า
3. จะมารณรงค์ภาวะโลกร้อนด้วยไง  มาใช้กระเป๋าผ้านะจ้า
4. คิดว่าถ้าทำเก็บผลงานพอใช้ได้จะเอามาประยุกต์ทำของขวัญปีใหม่แจกนะจ้า (อันนี้ไม่รู้จะทำได้ป่าวดูกันต่อไปจ้า)
  
   นี่ขนาดลงทุนซื้อจักรเลยนะจ้า  ตอนแรกที่ไปดูนะกะว่าจะซื้อสักตัวล่ะ 5 – 6 พันบาทพอ(นี่ก็ว่าแพงมากแล้ว)
แต่พอไปซื้อเข้าจริงๆซื้อตัวละ 13,900 บาท (นี่ขนาดราคาพิเศษแล้วนะ) แต่อ่ะนะ ไม่ต้องคิดว่ามีเงินเยอะ อิอิ
ป่าวเลย มีเงินแต่ต้องใช้อย่างอื่น 5555  เลยใช้ระบบผ่อนจ้า  ผ่อน 12 เดือน ดาว์นไป 1900 บาท และผ่อนอีก
เดือนละ เกือบพันสอง (ดีกว่าเสียเงินก้อนที่ไม่มีให้เสีย อิอิ)  และอีกอาทิตย์ก็อุสาลงแรงไปเรียนที่ตั้งฮั้วเส็ง(ที่ไปซื้อจักรล่ะ)
ก็ต้องซื้ออุปกรณ์จากเค้าก็คือ ชุดกระเป๋านี้ล่ะจ้ามา 1 ชุดราคา 359 บาท (ราคาพอใช้ได้เลยนะนี่)นั่งทำตั้งแต่ บ่ายโมงกว่าๆ เลิกเอาตอน
เกือบๆ 6 โมงเย็นแล้วด้วย (วันนี้ไม่ได้เอารถมาด้วยนะ นั่งรถเมล์จะช่วยรณรวค์การใช้น้ำมันแบบประหยัด) แต่กรรมฝนตกแถม
ลืมตัวไปเดินซุปเปอร์ซื้อของเยอะอีกต่างหากถือขึ้นรถเมล์จะเมื่อยมากๆ คนแน่นมากด้วย  บ่นมาเยอะ มาต่อที่กระเป๋ากันต่อ
ทำวันเดียวไม่เสร็จนะจ๊ะ  ต้องกลับไปทำอีกหนึ่งเสาร์  อีกเสาร์ไปทำตั้งแต่เที่ยง นั่งทำตลอดเลย กลับตอน 6 โมงเย็นอีกเช่นกันแต่ก็ยังไม่
เสร็จเหลือสอยปากกระเป๋ามาทำต่อที่บ้านจ้า (กลับมาถึงบ้านเมื่อย ปวดไปทั้งตัวเลยนะนี่)  กลับมาสอยเสร็จก็คิดว่า มันน่าจะมีที่ปิดเลย
ไปค้นตีนตุ๊กตามาติดเอง (ในแบบไม่มีหรอกนะจ๊ะ) เลยติดมาได้น่าเกลียดมากๆๆ  แต่ก็ดีใจกระเป๋าใบแรกเสร็จสักที ภูมิใจจัง
ใบนี้ใช้เองแน่ๆจ้า   ว่ามาเยอะลองมาดูผลงานแล้วกัน อ้อๆๆๆ มี  "เตี๋ยวถังแตก" มาให้ชิมกันด้วย อิอิ ทำไว้นานแล้วว่าจะมาเอาลงblog
ก็ไม่ได้ลงเลย เอาลงรวมกับกระเป๋ษซะเลย แต่เอารูปสำเร็จมาให้ดูแล้วกันนะจ๊ะ ไม่มีขั้นตอนล่ะ ขี้เกียจ 555
 

1 สค. 2550 ไปพุทธมณฑลกันจ้า

วันนี้ฝิวเค้าหยุดและอยากจะไปทะเล  แค่ว่าในยุคสมัยนี้ที่น้ำมันแพงก็ขอเปลี่ยนจากทะเล มาเป็นที่ใกล้ๆบ้านหน่อยแล้วกันคือ "พุทธมณฑล"
ที่ซึ่งสามารถไปนั่งเล่น นอนเล่นพักผ่อนได้สบายๆเลยจ้า  และวันนี้อากาศเป็นใจ ฝนไม่ตก แถมแดดดีอีกต่างหาก  ครอบครัวเราเลยเตรียมตัว
เอาจักรยานไปขี่เล่นด้วย  และก็เอาเสื่อไปปูนั่ง – นอนกัน แต่คราวนี้ไม่ด้ทำอาหารไปกินด้วย   แต่ว่าไปซื้อเอาแถมๆพุทธมณฑล ได้ไก่ย่าง
คอหมูย่าง  ข้างเหนียว  และส้มมากินกัน  + ขนมอีกเล็กน้อย   น้ำแข็ง 1 ถุง  น้ำส้ม 1 ขวดจ้า  เท่านี้ก็พอใช้ได้แล้ว ในรูปแบบที่ไม่
ได้เตรียมตัวกัน  อ้อ และ อาหารให้ปลาอีก 3 ถุง   ไปถึงก็ไปพักที่ใกล้ๆ องค์พระก่อน (จะได้ไหว้พระ  และถ่ายรูปเล่นแถวนั้นก่อนด้วย)
ขอบอกว่า แดดแรงดีจริงๆ ร้อนมากกกกกกกก  ฝิวชอบ แต่ข้าพเจ้าไม่ชอบไม่ได้กลัวตัวดำ (เพราะตัวดำอยู่แล้ว แต่ไม่ชอบที่มันร้อน) และเรา
ก็นั่งกินอะไรกันที่นี่  สักพัก ก็ย้ายไปหาที่นั่งใกล้ๆ แหล่งน้ำอีก 1 ที ที่ตรงนี้ OK มาก นอนสบายเลย  สัก บ่าย 2 กว่าๆ ก็กลับ (กำลังหลับ
สบาย  ฝิวบอกว่า เดี่ยวฝนจะตก ฟ้ามืดๆ มาแต่ไกล)  OK กลับก็กลับ ขากลับแวะไปสนามหลวง 2 หน่อยไปซื้ออาหารหมา กลับถึงบ้นไม่นาน
ฝนตกพอดี โชคดีไป ตอนแรกว่าจะออกไปกินข้าวนอกบ้านด้วยนะ  แต่ฝิวเหนื่อยและหลับ +ฝนตกด้วย 555 กินข้าวบ้านกันตามระเบียบ
 

อาทิตย์ 13 พค. 2550 31 ปีแล้วจ้า

วันนี้เป็นวันเกิดเราจ้า แก่ขึ้นอีก 1 ปี  ปีๆไวเหมือนโกหก วันนี้ไม่ได้ตักบาตรหรอกจ๊ะ  เพราะว่าตักบาตรรวมกับวันเกิดพ่อไปแล้วเมื่อวันที่ 5 พค. นะจ๊ะ  วันนี้ออกดูงานที่มหาชัย ช่วงที่รอคุยกับเจ้าของงาน เลยเดินมาหาไรกินสักหน่อยจ้า  ร้านอาหารใกล้ๆ ก็ "ร้านแก้วมังกร"  เป็นร้านอาหารป่า และบ่อตกกุ้ง  แต่เราไม่ได้ตก วันเกิดไม่ได้ทำบุญ ยังจะมาทำบาปอีกก็ไม่เหมาะๆ
อาหาร สั่งมากิน 3 อย่างจ้า  คือ 1. ส้มตำไทย  2. ปลาหมึกผักไข่เค็ม 3. ปลากระพงทอดน้ำปลา 4. ข้าว 2 จาน  5. โค๊กขวดเล็ก 2 ขวด + น้ำแข็ง 1 กระติก  ค่าอาหารรวม 440 บาท จ้า
วันนี้ฝนตกทั้งวันเลยนะจ๊ะ  แต่ก็มีความสุข  ยังไม่ได้ของขวัญเลยจ้า อ้อ..ได้การ์ดอวยพรวันเกิดมาแล้ว 1 ซองสีแดงๆ และก็ได้ sms จากเพื่อนๆ จ้า  และคำอวยพรวันเกิด  ขอบคุณทุกๆคนมากนะจ๊ะ 
(วันนี้ไม่ได้ออกไปกินอะไรกับที่บ้าน เพราะแม่ไม่สบาย และน้องไปทำงาน  แต่บอกไว้แล้วว่าจะเลี้ยงวันหน้าให้นะจ๊ะ)